เลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างไรให้ความปลอดภัย

ปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟ หรือปลั๊กพ่วงที่หลายๆคนเรียกกัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะทำอะไร การใช้ไฟฟ้ามักจะเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการต่อปลั๊กไฟ เพื่อชาร์ตโน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์ หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิต ทุกอย่างล้วนต้องใช้ปลั๊กไฟพ่วงทั้งนั้น และนั่นทำให้การจะซื้อปลั๊กไฟหรือปลั๊กพ่วงสักอันมาใช้ ต้องดูให้ดี เลือกให้เป็น เน้นความปลอดภัย และควรเป็นปลั๊กพ่วงที่ได้รับมาตรฐาน นั่นคือสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง

เลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างไรให้ความปลอดภัยปลั๊กพ่วง หรือที่เป็นที่นิยมเรียกกันแบบทั่วไปว่าปลั๊กสามตา ซึ่งใช้สำหรับเสียบพ่วงปลั๊กต่างๆเพื่อต่อไฟกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และด้วยราคาและลักษณะของการจ่ายไฟที่มากน้อยก็แตกต่างกันซึ่งหลายๆท่านยังไม่ทราบ ดังนั้นการเลือกปลั๊กที่ไม่มีคุณภาพก็จะทำให้เกิดอันตรายไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้ารั่ว หรืออาจจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการไฟไฟม้อีกด้วย

วิธีการเลือกปลั๊กไฟให้ปลอดภัย พร้อมใช้งาน

1. พิจารณาจากความต้องการใช้งานของตัวเอง ว่าต้องการปลั๊กไฟที่มีกี่ช่องที่จะเพียงพอต่อการใช้งาน รวมถึงสวิตซ์เปิด-ปิด ที่คุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ
2. เลือกความยาวของสายปลั๊กไฟ ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง โดยทิ้งความเชื่อที่ว่า ยิ่งยาวไว้ก่อนยิ่งดี ไปเลย เนื่องจากการที่ปลั๊กไฟสายยาวเกินไป กระแสไฟที่จ่ายอาจจะไม่คงที่ อีกทั้งถ้าไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ยัง จะเกะกะอีกด้วย
3. วิธีเลือกซื้อง่ายๆ คือ การลองเขย่าปลั๊กไฟก่อนซื้อดู เขย่าแค่เล็กน้อยพอ เพื่อแค่ให้ได้ยินเสียง เผื่อมีอุปกรณ์ภายในชำรุด หรือหลุด แต่ถ้าเขย่าแรงมากอาจจะหลุดเพราะการเขย่าเองได้
4. ดูตรารับรองคุณภาพที่ตัวปลั๊กไฟ ซึ่งถ้าปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานจะมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตีตราไว้ด้วยที่อุปกรณ์
5. เลือกจากวัสดุที่ใช้ทำสายไฟ โดยปกติกระแสไฟที่ส่งผ่านทางสายจะไม่เกิน 250 โวลต์ ควรเลือกสายไฟที่มีการป้องกันชนวนไฟฟ้าหุ้ม 2 ชั้น เพื่อให้ปลอดภัยเวลาคุณใช้งาน ปลั๊กไฟส่วนใหญ่จะทำจากพลาสติก ซึ่งพลาสติกที่ดีควรเป็นพลาสติก AVC,ABS,PC ซึ่งจะมีผิวเรียบและทนทานกว่าแบบ PVC ทั่วไป
6. เช็คก่อนซื้อ สายดินสำคัญ เมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดรั่วหรือช็อต สายดินจะทำหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้า ไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อันตราย ถึงอย่างไรก็ตามคุณควรระมัดระวังไว้เสมอเป็นสำคัญ และควรเป็นปลั๊กพ่วงที่มีการป้องกันการกระชากไฟ รวมไปถึงมีม่านนิรภัย เปิด-ปิดรูปลั๊กไฟ สำหรับบ้านไหนที่มีเด็กเล็กม่านเปิด-ปิด จะเป็นตัวป้องกันเด็กๆเอานิ้วแหย่เข้าไปได้ดี อีกทั้งยังป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกเข้าไปตกค้างอยู่ในรูปลั๊กไฟได้
7. ตัวเลือกเสริมต่างๆ เป็นอีกสิ่งที่คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการของคุณได้ ซึ่งรูปแบบของปลั๊กไฟในปัจจุบันมีหลายหลายให้เลือก เช่น มีสวิตส์เปิด-ปิดของแต่ละช่องเสียบ ,ช่องสำหรับสายUSB

วิธีการใช้ปลั๊กไฟอย่างถูกต้อง

1.การเสียบปลั๊กไฟกับเต้ารับ ควรเสียบให้แน่ ไม่หลวม เพราะอาจทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วส่งผลอันตรายต่อผู้ใช้
2.ไม่ควรเสียบปลั๊กไฟค้างไว้หลังจากเลิกใช้งานแล้ว
3.เลือกปลั๊กไฟที่มีกำลังไฟสอดคล้องต่อการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะกระแสไฟเกิน
4.ไม่ใช้ปลั๊กไฟพ่วงกันหลายอัน ในกรณีที่ต้องการให้สายไฟยาวขึ้น หรือต้องการเพิ่มรูเสียบในการใช้งาน เพราะนั่นหมายความว่า ตามช่องข้อต่อของปลั๊กไฟอาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วได้
5.จำไว้เสมอว่า ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์แค่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น คุณจึงไม่ควรใช้ปลั๊กไฟหรือปลั๊กพ่วงในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้กระแสไฟแบบถาวรตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น เครื่องจักร เครื่องทำน้ำอุ่น
6.ปลั๊กไฟ ไม่เหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ดึงไฟให้กระตุกตลอดเวลา อย่างเช่น ตู้เย็น,เครื่องทำความเย็น,เครื่องทำน้ำอุ่น
7.หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กไฟในที่ๆมีน้ำหรือความชื้น เพราะน้ำเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าอย่างดี เมื่อเกิดเหตุกระแสไฟรั่วหรือช็อต